MAD Beef คอร์สเนื้อโดยเชฟบ้าเนื้อ 

MAD Beef ร้านที่เสิร์ฟอาหารแบบคอร์ส ลักษณะไคเซกิที่เน้นเมนูเนื้อ โดยเชฟเฌอ ผู้ที่รักเนื้ออย่างบ้าคลั่ง เรียกว่าคนชอบเนื้อควรมาทานและพูดคุยกับเชฟกันสักครั้ง

ร้านMAD Beef ตั้งอยู่บริเวณถนนเจริญกรุง ใกล้กับท่าเรือสี่พระยา ซึ่งเป็นบรรยากาศที่มีความดั้งเดิมของชุมชนแนวเมืองเก่า ร้านจะซ่อนตัวอยู่ในอาคารแสดงงานศิลปะ ATT19 Gallery มีป้ายด้านหน้าบอกครับ

ข้างในจะเป็นบ้านไม้ตกแต่งสไตล์โบราณ-หรูหรา บรรยากาศภายในร้านจะสบายๆ ค่อนข้างแคชชวลนะ ชั้น 2 ของร้านจะเป็นส่วนจัดแสดงงานศิลปะ หากมาถึงร้านก่อนเวลาก็สามารถขึ้นไปเดินชมก่อนได้

ระหว่างรอ เราก็จะเห็นเชฟกับผู้ช่วยกำลังเตรียมเมนูเพลินๆ ครับ

อันนี้จะเป็นเนื้อที่ทางร้านเตรียมมาทำเมนูให้เราทานกัน เชฟจะยกออกมาให้เราได้ชมและถ่ายรูปกันก่อน

เชฟเลือกใช้เนื้อออสเตรเลียส่วนรอง (Secondary Cut) ที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นเคย เพราะส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เสิร์ฟในร้าน Steak house ทั่วไป เช่น เนื้อร่องซี่โครง, เนื้อใบพาย โดยเฉพาะขั้วตับที่หาทานได้ยาก

แนวคิดของเชฟเชอที่อยากจะนำเสนอและคืนคุณค่าให้กับเนื้อทุกส่วนของวัว และพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าแม้เป็นเนื้อส่วนที่ไม่ได้รับความนิยม หากผ่านการปรุงที่ถูกวิธีก็มีรสชาติที่ดีไม่แพ้กัน

MAD Amuse Bouche

เรียกน้ำย่อยจานแรก เป็นเนื้อดิบปรุงรสที่เราเรียกว่ายุเกะหรือทาทาร์นั่นเองครับ เสิร์ฟมาสองคำเป็นสไตล์ญี่ปุ่นและยุโรป

โดยคำแรกจะปรุงในลักษณะยุปโรป ใช้เนื้อแองกัสส่วนเทนเดอลอยน์ ด้านบนที่มีลักษณะคล้ายเจลลี่คือเอ็นจากกระดูกวัว อีกหนึ่งคำเป็นเนื้อวากิวเสิร์ฟสไตล์ญี่ปุ่นวางอยู่บนสาหร่ายท็อปด้วยอูนิ แต่จะปรุงรสชาติให้เบากว่ายุกเกะทั่วไปครับ

The Eye of The Chuck

เป็นเนื้อหนึ่งในส่วนของ Chuck หรือช่วงคอที่มีน้อยมากในวัวหนึ่งตัวสไลซ์บางสำหรับทานแบบดิบ เนื้อนุ่ม เคี้ยวสนุก รสเนื้อไม่จัดมาก ท็อปด้วยซอสมะม่วงและแอปเปิลเขียวตัดรส

จานนี้ผมชอบมาก แบบสดชื่น เหมือนเป็น starter ที่ดีสำหรับคำต่อไป

เสน่ห์อย่างหนึ่งของการทานแบบคอร์ส ที่เราจะได้พูดคุยกับเชฟ ฟังเชฟเล่าเรื่องราวในแต่ละเมนู ประสบการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับเนื้อ เมื่อมีคนที่ชอบสิ่งหนึ่งมากๆ มาเล่าให้เราฟัง เราจะรู้สึกสนุกและอินตามไปด้วย

ส่วนน้อนวัวตัวข้างๆ เป็นหุ่นที่เชฟเอาไว้ประกอบการเล่าครับ 555+

MAD Sando

ซันโดะหรือแซนวิชสไตล์ญี่ปุ่น เป็นเนื้อแพตตี้ที่ใช้เนื้อจากหลายส่วนนำไปสับพอพยาบ คลุกเกล็ดขนมปังบางๆ นำไปทอด ประกบด้วยขนมปัง

ความน่าสนใจคือตัวซอสที่เป็นรสชาติของสุกี้ยากี้เข้มข้น มาในลักษณะโฟมนุ่มๆ เบาๆ พร้อมกับเบิร์นไฟ ทำให้ได้กลิ่นออกแนวซอสไหม้นิดๆ

Between The Bone

จานนี้เป็นเนื้อส่วนร่องซี่โครงที่นำไป confit (ประมาณว่า slow cook ด้วยน้ำมัน) แล้วเบิร์นไฟให้ผิวเกรียม แล้วนำไปเสิร์ฟพร้อมซุป

เมนูนี้เชฟบอกว่าให้ทานเนื้อสลับกับซดน้ำซุปที่ได้จากเลือดของวัว เป็นซุปรสเบาแต่อโรม่าหนัก ได้ความหอมแบบน้ำในเนื้อของวัว ด้านล่างเป็นหัวไชเท้านุ่มๆ ที่ต้มในซุปปลาแห้ง ท็อปด้วยต้นกระเทียมทอด

เนื้อส่วนร่องซี่โครงเป็นส่วนที่มีไขมันแทรกเยอะ เนื้อจะมีความเหนียวนิดๆ มาพร้อมกับความหอมไขมันแบบเต็มมากๆ

ยังมีอีกหลากหลายเมนู เรียกว่าเมนูคอร์สทั้งหมดอบอวลไปด้วยความอร่อยของเนื้อออสเตรเลียคุณภาพดีที่ถูกปรุงอย่างเข้าใจ ทั้งสนุกกับการพูดคุยเรื่องเนื้อเกือบสองชั่วโมง เรียกเนื้อดี ปรุงดี บรรยากาศดี ฟินมากครับ

 

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here